บทที่ 4 ข้าแปลกไปหรือ
บทที่ 4
ข้าแปลกไปหรือ
“อ่อ ที่แท้ก็เจ้านี่เองอันลี่ มาซื้อรองเท้าหรือ คู่ที่ข้าให้ไปเดือนก่อน เจ้าเพิ่งจะใช้ไม่นาน ไยมาซื้อใหม่กันแบบนี้มารดาเจ้าจะไม่ต่อว่าเจ้าที่ซื้อหาของเกินตัวอย่างที่เคยบอกข้า”
อันลี่ที่ตะลึงอยู่เหมือนถูกน้ำเย็นสาดเข้าที่ใบหน้า นางรู้สึกว่าตนเองตัวชาไปทั้งตัวเพราะคำพูดของสหายที่นางอิจฉาในชาติกำเนิดเอ่ยถึงเรื่องโกหกที่นางพูดเอาไว้ ด้วยต้องการแย่งรองเท้าคู่ใหม่ที่หรงเล่อได้มาจากม่อเหยียน
ใบหน้าอันลี่พยายามฝืนยิ้มออกมาให้ได้มากที่สุด นางมองไปรอบด้านเพื่อที่จะดูว่าคนอื่นที่ได้ยินมีสีหน้าใด
“เจ้าเอ่ยเรื่องอะไรกันหรงเล่อ เจ้าคงเลอะเลือนแล้ว”
“หืม หยางมี่ เจ้าว่าข้าเลอะเลือนหรือไม่ เท่าที่จำได้คุณชายม่อเหยียนให้รองเท้าปักข้ามา แต่ว่าวันนั้นอันลี่บอกว่ารองเท้านางขาด จะตัดใหม่ก็กลัวมารดาจะว่าที่นางใช้เงินมาก ข้าที่สงสารจึงหยิบยื่นน้ำใจ เอารองเท้าคู่นั้นให้นาง”
หรงเล่อทำสีหน้าใสซื่อเอ่ยถามคนสนิทอย่างหยางมี่ ส่วน
อันลี่เหมือนน้ำท่วมปาก นางได้แต่กัดปาก
หรงเล่อมองไปที่เท้าของสหายก่อนจะยิ้ม
“ก็เจ้าสวมอยู่ เหตุใดว่าข้าเลอะเลือน”
อันลี่ก้มลงมองเท้าตนเอง ใบหน้านางซีดเซียว เพราะนางใส่มันออกมาจากจวน นางชอบมากเพราะว่าหลอกเอามาได้ ไหนจะราคาก็ไม่ใช่ถูก ๆ นางมีรองเท้าเพียงสองสามคู่เท้านั้น วันนั้นที่เห็นจึงคิดแผนแย่งชิง ไม่นึกว่าวันนี้นังหรงเล่อจะจดจำเอ่ยขึ้นมาต่อหน้าผู้คนทำให้นางอายที่แย่งของสหายตนเอง
สายตาคุณหนูจวนอื่นที่มองมา ทำให้อันลี่แทบคลั่ง นางอยากจะกระชากหัวของสหายที่โง่ ๆ ของนางออกจากที่นี่ ติดที่ว่านางทำไม่ได้
“อ่า สงสัยเป็นข้าเองที่เลอะเลือน หรงเล่อ เจ้าก็อย่าเอ่ยเรื่องนี้เลย เราเข้าไปห้องรับรองเถอะ ข้าไม่ได้เจอเจ้าตั้งแต่เกิดเรื่องจะไปเยี่ยมก็ไม่ได้ วันนี้ได้เจอข้าอยากคุยกับเจ้า”
หรงเล่อยิ้มรับ อยากคุยหรือว่าอยากจะหนีไปจากตรงนี้กันแน่
อันลี่ เจ้าไม่ได้ฉลาดเลยจริง ๆ แต่ตลอดมาเป็นข้าที่เชื่อคนง่ายไป เชื่อว่าเจ้าคือคนที่จริงใจต่อข้า เป็นสหายที่ไม่มีทางทรยศ
ต่างจากความจริงที่เจ้าซ่อนมีดแหลมคมไว้ด้านหลัง คอยที่จะทิ่มแทงข้าอยู่ตลอดเวลา สร้างเรื่องให้ข้าดูเป็นคนโง่ในสายตาคนอื่นจนทุกคนในเมืองหลวงเอ่ยว่าสตรีที่โง่คือสตรีตระกูลหรง
สายตาของหรงเล่อที่เปลี่ยนไป ทำให้อันลี่รู้สึกกายเย็นเฉียบ สายตาที่นางไม่เคยเห็นกำลังทำให้นางรู้สึกกลัว
“ดี ข้าก็คิดว่าจะเข้าไปนั่ง ได้เจ้านั่งเป็นเพื่อคุยจะได้ไม่เหงามาก”
“อืม เช่นนั้นไปกัน”
หรงเล่อเดินตามหลังของผู้เป็นสหายเข้าไปด้านในร้านที่มีห้องรับรองอยู่หลายห้อง พวกนางเลือกนั่งห้องด้านในสุดเพื่อความเป็นส่วนตัว
หากมีการพูดคุย คนอื่น ๆ จะได้ไม่ได้ยินด้วย ยิ่งปากของ
หรงเล่อวันนี้ทำให้นางเกิดเรื่อง ไม่รู้ว่าจะพ่นอะไรออกมาอีก
“เจ้ามาสั่งตัดรองเท้าใหม่หรือ เหตุใดไม่เอ่ยชวนข้า ข้าจะได้มาเลือกลายผ้าเป็นเพื่อนเจ้า หากได้ที่ไม่เหมาะกับเจ้าไปเสียดายเงินแย่”
อันลี่เอ่ยออกมา พลางทำสีหน้ายิ้มอย่างเป็นมิตร แสดงความคิดเห็นในแบบที่เพื่อนที่ดีทำกัน เช่นการแนะนำว่าอะไรดีไม่ดี เรื่องนี้เป็นเรื่องที่อันลี่ถนัด
แต่ผลที่ตามมาคือความฉิบหายของนาง ตลอดมา นาง
แต่งกายอย่างกับแม่ชีก็ไม่ปาน
“ข้าไม่เห็นเจ้ามาหาข้าที่จวนอย่างที่ทำ เลยคิดว่าเจ้าอาจจะยุ่ง ๆ วันนี้ข้าจึงไม่ได้ชวนนะ อีกอย่างเพียงรองเท้าข้าเลือกได้อยู่แล้ว ทั้งสีสันและลวดลาย เจ้าไม่ต้องห่วงเพราะข้ารู้ดีแล้วว่าอะไรที่เหมาะสมกับข้า”
อันลี่ไม่ชอบหรงเล่อที่พูดแบบนี้ มันเหมือนเป็นการเอ่ยประชดนางไปในตัว ยิ่งเห็นใบหน้าอีกฝ่ายยิ้ม อันลี่ก็ยิ่งอารมณ์เสียมากขึ้น
นางทำทุกทางเพื่อตีสนิท เข้ามาเป็นสหาย เพื่อที่จะยกฐานะตนเองสูงมากขึ้น กดข่มหรงเล่อที่โดดเด่นให้ตกต่ำลง แต่ว่าถึงนางจะทำได้ แต่ไม่มีครั้งไหนที่นางพอใจแท้จริง นางอยากจะไปแทนที่หรงเล่อ เพราะหรงเล่อมีทุกอย่างแต่นางไม่มี
นางอยากได้บิดาที่ไม่มีภรรยาเล็กภรรยาน้อย ไม่ต้องมีเรื่องตบตีของอนุภรรยาของบิดาในจวน ไม่มีบุตรของสตรีอื่นของบิดามากลั่นแกล้งนาง มีเงินทองให้ใช้ไม่ขาด มีบิดาที่ฐานะสูงส่ง เป็นบุตรสาวภรรยาเอกที่ออกหน้าออกตาได้ หากแต่งให้เชื้อพระวงศ์ยังได้เป็นเอก
ส่วนนางถึงนางจะมีชื่อเสียง ใบหน้างดงาม แต่ว่านางเป็นบุตรสาวอนุ แต่งออกไป ถ้าตระกูลทั่วไปก็เป็นเอกได้ แต่กับตระกูลสูงหรือราชวงศ์ นางเป็นได้เพียงรองหรืออนุด้วยซ้ำ ไม่มีทางเป็นเอกได้ง่าย ๆ
รอยยิ้มที่มอบให้สหายถึงกัดฟันทนตลอดเวลาเมื่อคิดว่านางไม่มีอะไรเทียบสหายอย่างหรงเล่อได้เลย
“ที่ข้าไม่ได้ไปหา เพราะเจ้าป่วยหนัก ท่านหมอบอกว่าเจ้าต้องพักมาก ๆ หากข้าไปเกรงว่าจะรบกวนการพักของเจ้า หากเจ้าอาการแย่ลงข้าก็คงโทษตนเองแล้ว”
“เจ้าดีกับข้าจริง ๆ แล้วนี้ไม่ตัดรองเท้าแล้วหรือถึงไม่เรียกพนักงานเข้ามาด้วย”
อันลี่หน้าเสียอีกครั้ง
“เอ่อตัดสิ ข้าคิดว่าจะตัดรองเท้าใหม่ไว้ออกงานเดือนหน้านะ เลยขอบิดาแล้วท่านก็ตามใจ นาน ๆ ได้รองเท้าใหม่ไม่เหมือนเจ้าอยากได้อะไรก็ง่ายไปหมด”
“บิดาเจ้ามีหลายชีวิตให้ต้องเลี้ยงดู ส่วนคนที่ต้องใส่ใจที่สุดคือบุตรภรรยาเอก เป็นธรรมดาที่จะเคร่งครัดกับเจ้าเช่นนี้ เจ้าก็อย่าได้ไปต่อว่าบิดาเจ้าเลย”
หรงเล่อเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเห็นใจ นางให้หยางมี่ออกไปตามพนักงานเข้ามาวัดเท้า ตัดรองเท้าให้สหายที่นางรักตรงหน้า
“แล้วเจ้าตัดเรียบร้อยแล้วหรือหรงเล่อ หรือว่าเพิ่งมาถึง”
อันลี่มองข้ามเรื่องที่ทำให้นางเจ็บปวด รอให้ถึงงานเลี้ยงก่อนเถอะ ข้าจะทำให้เจ้าอับอายจนไม่มีที่ยืน ตอบแทนที่เจ้าพูดจาโง่ ๆ ให้ภาพลักษณ์ข้าเสียหายในวันนี้
มีดีที่หน้าตาชาติตระกูลแต่ไร้สมอง ข้าจะทำให้เจ้าอยู่ไม่สู้ตายนังหรงเล่อ
หรงเล่อมองสายตาของอันลี่ด้วยรอยยิ้ม ความคิดอันลี่นางหรือจะตามไม่ทัน เป็นสหายกันมานาน นางที่ตาสว่างย่อมมองออกว่าแท้จริง อันลี่อยากจะให้นางพบความสุขหรือความทุกข์มากกว่ากัน
“ข้าตัดไปแล้ว ว่าจะตัดไปใส่เปลี่ยนเล่นเพราะช่วงนี้เบื่ออะไรง่าย เลยตัดสิบคู่ เจ้าอยากได้สักคู่หรือไม่ ข้าจะได้แบ่งให้ หรือว่าให้ข้าจ่ายให้ที่เจ้าตัดวันนี้ เห็นว่าเจ้าลำบากข้าที่เป็นสหายต้องช่วยเหลือ เพียงรองเท้าไม่กี่คู่ข้าจ่ายให้เจ้าได้นะ”
อันลี่กำมือแน่น นางสูดหายใจ พลางยิ้มรับ
“เจ้าเอาไว้ใช้เถอะ เจ้าให้ข้ามาแล้วหนึ่งคู่ ข้ามีเพียงเท่านี้ก็พอแล้วแต่ที่ข้าสงสัย เหตุใดวันนี้เจ้าแต่งหน้าเจ้ารู้หรือไม่ว่ามันออกจะแปลก ๆ”
แปลกหรือ แปลกที่ข้างดงามขึ้นจนเจ้าตกตะลึงนะสิไม่ว่า เจ้าถึงได้ทำสีหน้าเหมือนโดนผีหลอกตอนเห็นหน้าข้า
หรงเล่อเอามือจับใบหน้าตนเอง นางยิ้มแย้มให้สหาย รอยยิ้มของหรงเล่อเรียกว่าหวานจนอันลี่ยังเกลียดชังริษยาในใบหน้างดงามไร้ที่ติ
“อ่อ ท่านพ่อจ้าอาจารย์เข้ามาสอนข้านะ ข้าก็ว่างดงามดีออก ที่แปลกคงเพราะที่ผ่านมา ข้าไม่เคยแต่งหน้าต่างหาก เจ้าเลยไม่คุ้นชิน พอเป็นแบบนี้ เจ้าเลยบอกว่าแปลก ทั้งที่จริงข้าคิดว่าแต่ก่อน ข้าแปลกกว่านี้อีก”
“บิดาเจ้าดีจริง ๆ ใส่ใจเจ้ามาก”
“ใช่ บิดาข้าดีที่สุด”
